สารอันตรายที่พบในครีมแก้ฝ้า


เป็นสารที่นิยมใส่มากในครีมที่ทำให้หน้าขาว ออกฤทธิ์โดยการการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีของผิวหนัง หรือที่เรียกว่า เมลานิน
ทำให้หน้าขาวเร็ว รอยด่างดำ ฝ้า กระ จางหายเร็ว ในปัจจุบันนี้ไฮโดรควิโนนได้ถูกสั่งห้ามใส่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่วางจำหน่ายทั่วไป สารไฮโดรควิโนนเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดดได้ไวมาก หากหยุดใช้ทันทีจะทำให้ผิวคล้ำลงกว่าเดิม
ทำให้หน้าขาวเร็ว รอยด่างดำ ฝ้า กระ จางหายเร็ว ในปัจจุบันนี้ไฮโดรควิโนนได้ถูกสั่งห้ามใส่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่วางจำหน่ายทั่วไป สารไฮโดรควิโนนเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดดได้ไวมาก หากหยุดใช้ทันทีจะทำให้ผิวคล้ำลงกว่าเดิม
*อย่างไรก็ตามในคลินิกที่จ่ายยารักษาฝ้าโดยแพทย์ ยังสามารถจ่ายให้ผู้ป่วยได้ตามความเหมาะสมตามดุลยพินิจของแพทย์ได้


สารชนิดนี้จะไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ที่ทำให้ผิวคล้ำ จึงใช้สารปรอทแอมโมเนีย ที่สามารถเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หน้าขาวได้ภายใน 3-7 วัน พอหยุดใช้หน้าก็กลับมาคล้ำเหมือนเดิม บางรายแพ้มาก เรียกว่าพิษเฉียบพลัน คือ สิวเห่อปะทุทั่วหน้า หน้าบวมแดง บางรายมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด ถึงขั้นไตวายกันเลยก็มี
การทดสอบครีมว่ามีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนนหรือไม่
- นำสำลีแต้มครีมที่เราต้องการทดสอบ จากนั้นนำน้ำยาผงซักฟอกเข้มข้นลงบนสำลีที่เตรียมไว้ รอ 10-15นาที สังเกตุถ้าครีมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้แสดงว่ามีสารไฮโดรควิโนน และสารปรอท
- ให้นำน้ำผสมผงซักฟอก แล้วนำไปป้ายครีม รอดู10-15นาที ถ้าครีมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแสดงว่ามีสาร ปรอทและไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นสารอันตรายทำให้หน้าขาวเร็ว
สเตียรอยด์
มี2ชนิด ชนิดที่ร่างกายสร้างเอง กับชนิดสังเคราะห์ ชนิดสังเคราะห์นี้นิยมนำมาใช้กับครีมหน้าขาว ครีมแก้ฝ้า เนื่องจากสเตียรอยด์มีกลไกลยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน(Melanin) ทำให้ผิวดูขาวไวขึ้น นอกจากนี้สเตียรอยด์ยังใช้ในวงการแพทย์ เพราะมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการอักเสบและการกดภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ จึงทำให้ผิวอักเสบสิวหายเร็วขึ้น ครีมแก้ฝ้าบางยี่ห้อมีการนำสเตียรอยด์ร่วมกับไฮโดรควิโนนนิยมนำมารักษารอยสิว แต่ถ้าใช้มากไปจะทำให้ผิวอักเสบ ผิวหมองคล้ำ จนกลายเป็นฝ้าถาวรได้ สารสเตียรอยด์ไม่เพียงทำลายโครงสร้างผิว แต่ยังมีฤทธิ์ทำลายขบวนการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวด้วย ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวหมองคล้ำง่ายขึ้น
วิธีทดสอบว่าครีมมีสารสเตียรอยด์ หรือไม่?
ให้ทาครีมบริเวณข้อพับ ท้องแขน บริเวณผิวอ่อน จากนั้นใช้พลาสติดปิดไว้ 6ชม. เมื่อแก๊ะพลาสเตอร์ออกหากพบว่าผิวขาวซีด แสดงว่าครีมนั้นมีสารสเตียรอยด์
เรติโนอิคเอซิด
(Retinoic acid) หรือกรดวิตามินเอนั่นเอง สารตัวนี้มักไม่พบในครีมแก้ฝ้า เนื่องจากต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์สารตัวนี้ทำให้ผิวแห้ง ออกฤทธิ์ระคายเคืองผิวค่อนข้างรุนแรง จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
สารเหล่านี้จะทำให้หน้าบางลง เห็นเส้นเลือด จนกลายเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่าย สำหรับคนที่แพ้สารเหล่านี้มากๆ หน้าแหก หน้าพัง หน้าเป็นนูนแดง สิวเม็ดใหญ่ๆ หากอยากรักษาฝ้าให้หาย ก็ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ช่วยดูแล และบำรุงผิวหน้า ทำให้ฝ้า กระ รอยด่างดำ ค่อยๆจางลง ด้วยชุดรักษาฝ้า กระ ของ MaNeE SKINCARE ที่มีสารสกัดจากสมุนไพรนานาชนิด ที่จะช่วยรักษารอยฝ้า กระ ของคุณให้ค่อยๆจางลงได้ค่ะ
การทดสอบครีมว่ามีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนนหรือไม่
- นำสำลีแต้มครีมที่เราต้องการทดสอบ จากนั้นนำน้ำยาผงซักฟอกเข้มข้นลงบนสำลีที่เตรียมไว้ รอ 10-15นาที สังเกตุถ้าครีมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้แสดงว่ามีสารไฮโดรควิโนน และสารปรอท
- ให้นำน้ำผสมผงซักฟอก แล้วนำไปป้ายครีม รอดู10-15นาที ถ้าครีมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแสดงว่ามีสาร ปรอทและไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นสารอันตรายทำให้หน้าขาวเร็ว


วิธีทดสอบว่าครีมมีสารสเตียรอยด์ หรือไม่?
ให้ทาครีมบริเวณข้อพับ ท้องแขน บริเวณผิวอ่อน จากนั้นใช้พลาสติดปิดไว้ 6ชม. เมื่อแก๊ะพลาสเตอร์ออกหากพบว่าผิวขาวซีด แสดงว่าครีมนั้นมีสารสเตียรอยด์


สารเหล่านี้จะทำให้หน้าบางลง เห็นเส้นเลือด จนกลายเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่าย สำหรับคนที่แพ้สารเหล่านี้มากๆ หน้าแหก หน้าพัง หน้าเป็นนูนแดง สิวเม็ดใหญ่ๆ หากอยากรักษาฝ้าให้หาย ก็ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ช่วยดูแล และบำรุงผิวหน้า ทำให้ฝ้า กระ รอยด่างดำ ค่อยๆจางลง ด้วยชุดรักษาฝ้า กระ ของ MaNeE SKINCARE ที่มีสารสกัดจากสมุนไพรนานาชนิด ที่จะช่วยรักษารอยฝ้า กระ ของคุณให้ค่อยๆจางลงได้ค่ะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น